ประวัติและความเชื่อ ‘วันลอยกระทง’ ประเพณีไทย

ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 หรือวันเพ็ญเดือน 12 ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันลอยกระทง เป็นประเพณีที่คนไทยมีมาช้านาน อย่างไรก็ตาม ประเพณีลอยกระทงไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเริ่มต้นเมื่อใด แต่เชื่อว่าประเพณีนี้มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ในสมัยพ่อขุนรามคำแหงประเพณีนี้เรียกว่าลอยกระทง “พิธีบวงสรวง” หรือ “เทศกาลโคม” และหลักฐานจากศิลาจารึกแรกบ่งชี้ว่าเทศกาลจุดเทียนชัยเป็นเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของสุโขทัย เชื่อว่างานนี้วันลอยกระทงแน่นอน

ในอดีตพิธีลอยกระทงเป็นโคมลอย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงสันนิษฐานว่าการลอยกระทงเป็นพิธีพราหมณ์ จัดขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้า 3 องค์ คือ พระอิศวร พระวิษณุ และพระพรหม ต่อมาก็มีพระพุทธศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงมีโคมเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุและลอยโคมเพื่อสักการะรอยพระพุทธบาท ก่อนนางนพมาศหรือมเหสีท้าวศรีจุฬาลักษณ์พระร่วงเป็นคนแรกที่ประดิษฐ์กระทงดอกบัวแทนโคมลอย ดังปรากฏในหนังสือนางนพมาศว่า

เมื่อพระเจ้าเรืองเจ้ามาถึงชลมาศและเห็นกระทงของนางนพมาศก็อิ่มใจ ดังนั้นโปรดพิจารณาเป็นตัวอย่างและจัดกิจกรรมลอยกระทงทุกปีโดยใช้กระทงดอกบัวแทนการลอยโคมตามพระดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “จากนี้ไปตามพระราชดำริของสยามจะครบกำหนดเดือนเพ็ญเดือนเพ็ญ เดือนที่ 12 ทำโคมรูปดอกบัว ถวายสักการะรอยพระพุทธบาทตราบที่พิธีลอยกระทงได้เปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ประเพณีลอยกระทงดำเนินต่อไปจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในสมัยรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 3 ราชวงศ์และขุนนางได้สร้างกระทงขนาดใหญ่เพื่อแข่งขันกันเอง ซึ่งต้องใช้กำลังคนและเงินเป็นจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเห็นว่าเป็นการสิ้นเปลือง การประดิษฐ์กระทงขนาดใหญ่จึงถูกยกเลิก และขอให้พระราชวงศ์ทำโคมลอยถวายพระพุทธเจ้าแทนกระทงขนาดใหญ่และเรียกพระนามว่า ต่อมาในรัชกาลที่ ๕ และรัชกาลที่ ๖ พระราชพิธีนี้กลับคืนมาอีกครั้ง